รถยนต์ วันที่ 12 พฤษภาคม ต่อข้อกังขาจากภายนอกที่ว่า “การพัฒนาชิปด้วยตนเองเป็นการลงทุนตามกระแสที่สิ้นเปลือง” หลี่เซียง ซีอีโอของ Li Auto ได้ตอบกลับอย่างเปิดเผย โดยชี้แจงว่าการพัฒนาชิปด้วยตนเองขององค์กรไม่ใช่การวางแผนแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาหลักทางเทคโนโลยีในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในโลกทางกายภาพ และสร้างขีดความสามารถเชิงระบบแบบครบวงจร
หลี่เซียงกล่าวว่า เป้าหมายหลักของการพัฒนาชิปด้วยตนเองไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ความสามารถทางเทคโนโลยี แต่เพื่อให้ AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์จริง และเอาชนะข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ชิปทั่วไปจากซัพพลายเออร์ไม่สามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันในอุตสาหกรรมมีความเข้าใจผิดที่มองว่าการวางแผนเทคโนโลยีพื้นฐานขององค์กรเทียบเท่ากับการลงทุนตามกระแส แต่ในความเป็นจริง การพัฒนาชิปด้วยตนเองเป็นเส้นทางที่จำเป็นในการปรับให้เข้ากับอัลกอริทึม AI ระบบปฏิบัติการ และผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของตนเอง อีกทั้งยังเป็นแกนหลักสำคัญในการฝ่าด่านอุปสรรคทางเทคโนโลยีและรับประกันประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์

เขาชี้ให้เห็นเพิ่มเติมว่า จุดสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น อยู่ที่การออกแบบและควบคุมแบบครบวงจรในทุกห่วงโซ่ ตั้งแต่ชิป ระบบปฏิบัติการ ฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงบริการคลาวด์ โดยไม่มีจุดอ่อนในส่วนใดเลย รูปแบบนี้ยืนยันถึงตรรกะการแข่งขันในยุค AI: ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเพียงด้านเดียวไม่สามารถสร้างกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งได้อีกต่อไป สิ่งที่ต้องแข่งขันคือความสามารถในการออกแบบร่วมกันแบบครบวงจร ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิป ระบบปฏิบัติการ โมเดลขนาดใหญ่ คอมไพเลอร์ การออกแบบฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงเทคโนโลยีการผลิต
จากพื้นฐานนี้ องค์กรกำลังดำเนินการพัฒนาชิป ระบบปฏิบัติการ โมเดลขนาดใหญ่ และฮาร์ดแวร์แบบครบวงจรด้วยตนเองอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสร้างขีดความสามารถเชิงระบบแบบ “รอบด้าน” สำหรับยุค AI การวางแผนแบบครบวงจรนี้ไม่ใช่การลงทุนซ้ำซ้อน แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ AI ลดความล่าช้าในการตอบสนอง และเพิ่มความเสถียรของผลิตภัณฑ์ ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ท้ายที่สุดเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมแบบบูรณาการที่เทียบเท่ากับ Apple ให้แก่ผู้ใช้
เมื่อ AI ผสานรวมกับอุตสาหกรรมจริงอย่างลึกซึ้ง การควบคุมเทคโนโลยีพื้นฐานด้วยตนเองจึงกลายเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การพัฒนาชิปด้วยตนเองขององค์กรเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ในการฝ่าด่านข้อจำกัดของห่วงโซ่อุปทานและบรรลุความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี ไม่ใช่การลงทุนตามกระแสอย่าง盲目
































